bookmark_borderยูนิฟอร์มใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์บังคับให้พนักงานใส่เสื้อสีเหลือง

        เมื่อวันที่ 20 เดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2563   ได้มีคนในโลกออนไลน์เผยแพร่ภาพพนักงานกลุ่มหนึ่งที่นั่งกันอยู่ในห้องทำงานซึ่งพนักงานทุกคนนั้นต่างก็สวมใส่เสื้อสีเหลืองด้วยกันทุกคนและด้านหลังของพนักงานดังกล่าวยังมีรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 รวมอยู่ด้วย  อีกทั้งยังมีการเขียนข้อความใต้ภาพระบุว่านี่คือเป็นแบบฟอร์มใหม่สำหรับให้พนักงานทุกคนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังบริษัทหนึ่งได้ใส่ร่วมกันโดยมีข้อกำหนดว่าพนักงานทุกคนจะต้องสวมใส่เสื้อดังกล่าวนี้ในทุกวันจันทร์และทุกวันศุกร์

         สำหรับเหตุผลในการเปลี่ยนแบบฟอร์มใหม่ให้กับพนักงานนั้นก็เพราะว่าทางด้านเจ้าของบริษัทมองว่าสีเหลืองนั้นเป็นสีของพระราชาและถ้าหากใส่แล้วจะเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับบริษัทและตัวพนักงานเอง  จากในรูปภาพจะเห็นได้ว่าที่บริเวณตัวเสื้อนั้นจะมีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และอีกด้านหนึ่งจะมีการปักชื่อบริษัทเอาไว้เพื่อให้เห็นว่านี่คือเสื้อของบริษัทและเป็นยูนิฟอร์มของบริษัทโดยตรง

         อย่างไรก็ตามดราม่าได้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพนี้ออกมาเนื่องจากว่าผู้ที่โพสต์ข้อความนั้นยังมีการเขียนเพิ่มเติมอีกด้วยว่านี่คือชุดยูนิฟอร์มใหม่ของบริษัทซึ่งทุกคนจะต้องมีการสวมใส่และถ้าหากใครที่ไม่อยากใส่ชุดยูนิฟอร์มสีนี้ก็สามารถที่จะไม่สวมใส่ได้เพียงแต่ว่าให้พนักงานคนดังกล่าวนั้นไปเซ็นชื่อที่ฝ่ายบุคคลเพื่อลาออกได้เลย

        และด้วยข้อความประโยคนี้เพียงเท่านั้นที่ทำให้ในโลกดราม่าก็เกิดกระแสออกมาพูดคุยกันโดยกระสารหนึ่งมองว่าสิ่งที่บริษัททำนั้น  เป็นการ บังคับจิตใจพนักงานมากเกินไปด้วยข้อความที่หาพนักงานไม่ใส่ก็ให้ไปเซ็นชื่อลาออกซึ่งความคิดของกลุ่มบุคคลเหล่านี้มองว่าพนักงานจะมีอำนาจในการตัดสินใจและมีอิสระเสรีในการที่จะเลือกใส่เสื้อหรือไม่ได้ใส่เสื้อแบบไหนหรือสีไหนก็ได้แต่ในขณะที่อีกมุมมองหนึ่งกลับมองว่านี่คือ uniform ของบริษัทและพนักงานทุกคนจะต้องใส่เสื้อที่เป็นยูนิฟอร์มของบริษัทดังนั้นถ้าหากใครที่ไม่อยากใส่ก็แสดงว่ามีการต่อต้านบริษัทและคนที่ต่อต้านบริษัทก็ไม่ควรทำงานอยู่ในบริษัทต่างๆนั้นเอง

         อย่างไรก็ตามยังมีกระแสออกมาเพิ่มเติมอีกด้วยว่า  การที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์บริษัทนี้ได้มีการโพสต์ข้อความในลักษณะแบบนี้เหมือนกับว่าบริษัทนั้นได้มีการเลือกฝั่งแล้วว่าจะอยู่ฝั่งไหนสำหรับในเรื่องของการเมืองที่กำลังมีการประท้วงกันอยู่ในขณะนี้ซึ่งหลายคนมองว่าอันที่จริงบริษัทควรจะทำตัวเป็นกลางและไม่ควรเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์ยังไง

bookmark_borderสาวถ่ายคลิปสอนวิธีการทําปากกระจับแบบธรรมชาติด้วยการเอาผึ้งต่อยปาก

          ประเทศไทยมักมีเรื่องราวแปลกๆอยู่เสมอและหนึ่งในของแปลกที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือการที่มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้ถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ใน Facebook โดยในคลิปนั้นมีการระบุว่าเธอจะสอนวิธีการทำปากกระจับโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปศัลยกรรมให้เปลืองเงินให้ยืมญาติซึ่งวิธีการของเธอนั้นเป็นวิธีการธรรมชาติอย่างไรก็ตามในคลิปถ้าใครเข้าไปดูจะเห็นว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นได้นำผึ้งตัวหนึ่งมาต่อยตรงบริเวณปากของเธอซึ่งในคลิปจะเห็นว่าเธอร้องด้วยความเจ็บปวด

หลังจากนั้นปากของเธอก็เริ่มบวมขึ้นมาเมื่อมีคนเข้ามาเห็นคลิปดังกล่าวต่างก็พากันแชร์เป็นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่นั้นมองว่าการที่หญิงสาวคนดังกล่าวทำนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระและเป็นเรื่องที่ไม่ควรเอาแบบอย่างเป็นอย่างมากจึงมีการใช้เพื่อให้ใครหลายๆคนได้เห็นและไม่ควรที่จะกระทำตามซึ่งเรื่องนี้ก็รู้ไปถึงคุณหมอตามโรงพยาบาลต่างๆถึงขนาดที่ต้องออกมาเตือนประชาชนเลยว่าห้ามทำตามคลิปนี้

เป็นอันขาดเพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าพิษของผึ้งนั้นเวลาที่ต่อยจะมีการปล่อยพิษออกมาด้วยซึ่งถ้าหากใครที่แพ้พิษผึ้งก็อาจจะอันตรายถึงแก่ชีวิตได้หรืออาจจะมีอาการบวมและอักเสบขึ้นมาได้นั่นเอง

           สำหรับคลิปวีดีโอที่มีการแชร์กันอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่าแทบทุกคนเลยก็ได้ที่ออกมาต่อว่าการกระทำของหญิงสาวคนดังกล่าวที่ออกแนวไม่สร้างสรรค์หลายคนเกรงว่าหากเด็กๆที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและยังไม่มีความคิดมากนักอาจจะทำตามสิ่งที่หญิงสาวคนดังกล่าวได้มีการแชร์เอาไว้ดังนั้นจึงทำให้คลิปนี้ค่อนข้างดังเพราะหลายคนอยากจะให้คนที่ได้เห็นคลิปนี้รู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากการที่เรานั้นใช้ผึ้งไปปล่อยที่บริเวณปากเพราะถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เพียงตัวเดียวเท่านั้นแต่ถ้าบางคนเกิดแพ้พิษผึ้งอย่างรุนแรงก็ทำให้ตายได้โดยไม่จำเป็นต้องโดนผึ้งต่อยหลายตัว

            หลังจากที่ข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกไปไม่รู้ว่าทางด้านหญิงสาวที่เป็นคนที่แชร์คลิปใช้ผึ้งต่อยปากนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างเพราะเธอน่าจะโดนกระแสต่อต้านจากสังคมค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวดังนั้นหากใครก็ตามที่อยากจะมีการนำเสนอคลิปออกมาให้กับคนนั้นทำตามก็ควรที่จะพิจารณาก่อนว่าสิ่งที่ตนเองถ่ายและสอนให้คนอื่นนั้นทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีหรือไม่หรือมีอันตรายหรือไม่

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยยี่กีให้ได้กำไร

bookmark_borderมาร์ชสีเขียว ปาดเข้าแทรกด้านซ้ายยังไม่พอ ยังหัวร้อนใส่คนอื่นอีก

          ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถไม่มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการใช้เอาไว้โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวได้มีการบันทึกภาพเหตุการณ์บนท้องถนนซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของรถนั้นได้มีการขับรถไปบนถนนตามปกติแต่อยู่ๆก็มีรถสีเขียวขับมาทางด้านซ้ายพยายามที่จะแทรกซึ่งทางด้านเจ้าของรถเองในตอนแรกก็ไม่ยอมให้แทรกแต่อย่างไรก็ตามเมื่อรถมีการขยับทำให้รถ Nissan March สีเขียวสามารถที่จะแทรกเข้ามาได้

แต่ปากหน้าเข้ามาทางซ้ายพุ่งหัวรถออกไปทางด้านขวาซึ่งเป็นจังหวะที่รถแท็กซี่คันสีเขียวเหลืองกำลังขับตรงมาพอดีโชคดีมากที่เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่เมื่อ Nissan March ขับปาดหน้ามาได้คนขับรถกลับจอดขวางหน้ารถของคันที่มีกล้องวงจรปิดอีกทั้งยังลงมาทะเลาะกับคนขับรถแท็กซี่พร้อมกันนั้น

ก็ยังมาทะเลาะกับคนขับรถที่มีกล้องหน้ารถบันทึกภาพเอาไว้โดยออกมาต่อว่าว่าหญิงสาวที่ขับรถนั้นไม่ยอมให้ตนเองนั้นขับแทรกพร้อมทั้งว่าว่าไม่มีน้ำใจทำให้เจ้าของรถเที่เป็นที่เป็นเจ้าของคลิป Video ต้องขู่ว่าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจผู้ชายที่ขับรถ Nissan March คันสีเขียวจึงได้ขึ้นรถและขับออกไปอย่างไรก็ตามเธอได้เอาคลิปนี้มาโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวพร้อมทั้งระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อีกทั้งยังกล่าวขอบคุณคนขับรถแท็กซี่ที่ลงมาช่วยเหลือหากไม่เช่นนั้นแล้วใช้ที่ขับรถ Nissan March สีเขียวอาจจะลงมาทำร้ายเธอก็ได้ตอนนี้เธอยังมีการระบุเพิ่มเติมด้วยว่าชายคนดังกล่าวนั้นพยายามที่จะให้คนอื่นมีน้ำใจให้กับตนเองในการใช้รถใช้ถนนแต่ตัวชายคนดังกล่าวเองนั้นก็ไม่ได้เคารพกฎหมายและไม่ได้มีน้ำใจให้กับคนอื่นเช่นเดียวกันซึ่งเธอยังระบุอีกด้วยว่าก่อนที่จะสั่งสอนคนอื่นก็ควรที่จะสอนตัวเองเสียก่อน

          จากในคลิปจะเห็นได้ว่าชายคนขับรถ Nissan สีเขียวนั้นขับรถผิดกฎหมายทั้งที่พยายามแทรกทางด้านซ้ายซึ่งเป็นการขับที่ไม่ถูกต้องและยังมาทำท่าหัวเราะใส่คนอื่นแทนที่จะขอโทษซึ่งคนขับรถแบบนี้ควรจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปเสียค่าปรับดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะว่ามีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดจากรถคันที่เกิดเหตุดังนั้นน่าจะมีการนำชายคนดังกล่าวไปขัดเกลาและเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ถนนรวมถึงกฎจราจรบนท้องถนนเพื่อที่ชายคนที่ขับรถคันสีเขียวจะได้ขับรถได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ ruay

bookmark_borderคนไทยมาจาก3ประเทศ เยอรมัน ออสเตรเลียและปากีสถาน รวม 417 คนพบมีไข้สูงสิบคน

           คนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศได้แก่ประเทศเยอรมนี   ประเทศออสเตรเลีย  ประเทศปากีสถาน 

ซึ่งมีจำนวนในการเดินทางกลับมาไทยทั้งสิ้น 417 คนอย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจวัดไข้กับพบว่ามีคนตัวร้อนเป็นไข้ขึ้นสูงประมาณ 10 คนซึ่งกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้ง 3 ประเทศนี้เดินทางมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ 2563

โดยเดินทางมาถึงประเทศไทยที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเวลาประมาณ 19:00 นอย่างไรก็ตามคนทั้งหมดที่เดินทางมาถึงเมืองไทยนั้นจะต้องถูกหน่วยงานกรมควบคุมโรคและเจ้าหน้าที่คนอื่นที่เกี่ยวข้องนำตัวไปทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโคโรนารวมถึงการตรวจหาเชื้อวัดไข้

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะนำบุคคลที่เหลือที่ผ่านการคัดกรองเรียบร้อยแล้วควบคุมตัวขึ้นรถเพื่อทำการไปกักตัวที่โรงแรมตามที่รัฐบาลได้มีการจัดหาเอาไว้ให้โดยจะต้องอยู่ที่โรงแรมประมาณ 14 วัน

หากไม่พบการมีไข้และตรวจไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนาก็จะปล่อยตัวกลับบ้านอย่างไรก็ตามตอนนี้คนไทยทั้งหมดที่ผ่านการคัดกรองแล้วถูกส่งตัวไปที่โรงแรมจอมเทียนบีชในจังหวัดชลบุรีเรียบร้อยแล้ว

         ช่วงนี้หลังจากที่สถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดในประเทศไทยดีขึ้นทางรัฐบาลก็เริ่มรับตัวคนไทยที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศหรือติดค้างอยู่ต่างประเทศเดินทางกลับมาเมืองไทยในขณะเดียวกันในตอนที่รับตัวกลับมานั้นต้องมีการคัดกรองก่อนปล่อยให้กลับบ้านได้ซึ่งระหว่างการทดลองและระหว่างรอหาเชื้อไวรัสโคโรน่า 14 วันนั้น

ก็จะมีการจัดหาที่พักให้ก่อนถึงจะมีที่กินที่อยู่ให้ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่สบายมากสำหรับคนที่ถูกกักตัวแต่อย่างไรก็ตามนี่คืองบประมาณที่รัฐบาลต้องนำไปเสียให้กับบุคคลเหล่านี้ในการจัดสรรหาที่อยู่ให้พวกเขาและเสียค่าอาหารการกินให้บุคคลเหล่านี้ฟรีตอนที่พวกเขากักตัว 14 วันงบประมาณเหล่านี้สามารถที่จะนำไปเป็นประโยชน์อย่างอื่นได้มากมายมหาศาล

หรือเอาไปช่วยคนไทยที่กำลังขาดแคลนอาหารและยารักษาโรคซึ่งอาทิตย์นึงแล้วถ้าหากมีการคัดกรองอย่างดีแล้วหากไม่พบว่ามีไข้ก็สามารถที่จะปล่อยตัวกลับบ้านได้เลยจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายของประเทศชาติลงไปได้เยอะเร่งก็ต้องให้คนที่ผ่านการคัดกรองนั้นมีการดูแลตัวเองกับตัวเองอยู่แต่ในบ้านโดยรัฐบาลควรหาวิธีการตรวจสอบว่าคนเหล่านั้นเมื่อถูกปล่อยตัวกลับไปบ้านแล้ว

กับตนเองอยู่แต่ในบ้านหรือไม่อย่างที่ต่างประเทศทำกันเช่นให้ใส่กำไรหากเดินออกจากบ้านก็จะมีระบบแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำอย่างนี้ได้ประเทศไทยก็จะลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าที่พักในโรงแรมรวมถึงค่าอาหารให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้เยอะเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยจับยี่กี