bookmark_borderปากแตกและแห้ง 

อาการที่เป็นริมฝีปากนั้นแห้งแตกนั้นไม่ชุ่มชื่นบางทีริมฝีปากเรานั้นก็แห้งแตกเป็นขุยถ้าเรานั้นเผลอไปแกะก็ยิ่งทำให้เป็นแผลจนเจ็บและก็จะหายได้ยาก อาการของแผลแห้งแตกนั้นก็มักจะเป็นกันบ่อยยิ่งหน้าหนาวนั้นก็จะเป็นกันเยอะ เมื่อเรานั้นทาลิปมันก็ยังเอาไม่อยู่ปากเรานั้นแห้งบ่อยๆนั้นเราต้องมาเช็คกันแล้วค่ะว่าแอบบอกสัญญาณเตือนอะไรเราบ้างหรือว่าเตือนเรื่องสุขภาพของเราอยู่หรือเปล่า ดังนั้นเราจึงจะมาบอกว่าเกิดจากอะไรบ้างและริมฝีปากที่ไม่ชุดชื้นนั้นบอกอะไรได้บ้างและมีวิธีแก้ให้หายนั้นได้ไหม 

ปากแห้งนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง 

อาการปากหรือว่าริมฝีปากนั้นแห้งเกิดขึ้นได้หลายอย่างโดยเฉพาะสาเหตุที่อยู่ใกล้ๆตัวที่ตัวเรานั้นมักจะทำอยู่เสมอ และเป็นประจำ  

  1. เริ่มจากที่ตัวเรานั้นเริ่มที่จะเลียริมฝีปากนั้นบ่อย เพราะเอนไซม์ในน้ำลายจะยิ่งทำให้ปากแห้งมากขึ้นได้ 
  2. การที่เรานั้นดื่มน้ำน้อยนั้นทำให้ร่างกายของเรานั้นขาดความชุ่มชื้นซึ่งเป็นอาการสาเหตุของการทำให้ปากนั้นแห้ง
  3. การที่เรานั้นอยู่แต่ในห้องแอร์นั้นมากเกินไปจึงทำให้ดึงเอาความชุ่มชื้นนั้นออกจากร่างกายเราและก็ทำให้ปากเรานั้นแห้งอีทั้งยังทำให้ผิวเรานั้นแห้งไปด้วย 
  4. เมื่อเรานั้นนอนอ้าปากหรือว่านอนกรน น้ำลายนั้นก็จะถูกผลิตลดน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้เรานั้นปากแห้งและคอแห้งเมื่อที่เรานั้นตื่นมา
  5. ติดลิปบาล์ม ถึงแม้ว่าการที่เรานั้นทาลิปบาล์มนั้นบ่อยจะช่วยได้แต่เมื่อในระยะที่ยาวนั้นจะทำให้ลิปนั้นดูดความชุ่มชื้นนั้นออกจากริมฝีปากได้ 
  6. สารเคมีบางอย่าง เช่นการที่เรานั้นทาลิปสติกนั้นก็อาจจะมีสารเคมีนั้นตกค้าง  สารเคมีในยาสีฟัน  สารเคมีน้ำยาบ้วนปาก ก็อาจจะทำให้ริมฝีปากของเรานั้นเกิดอาการแห้งแตกเป็นขุยได้เช่นกัน 

อาการที่ริมฝีปากของเรานั้นแห้ง แตกเป็นขุย  ไม่ยอมหายสักทีนี่เป็นอาการที่ส่องสัญญาณหรือว่าจะบ่งบอกว่าเรานั้นมีอาการเป็นอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ริมฝีปากนั้นแห้งเกิดจากอะไรได้บาง 

  • ภาวการณ์ขาดน้ำ  ภาวการณ์ขาดน้ำในร่างกายนั้นเกิดจากการที่เรานั้นสูญเสียน้ำ และเกลือแร่บางชนิดที่มากเกินไปโดยภาวะที่เกิดจากการเสียน้ำได้แก่ ท้องเสียอย่างรุนแรง  ท้องร่วง ซึ่งทั้งนี้ของภาวการณ์ที่ขาดน้ำเรานั้นจะสังเกตได้ว่าอาการจะกระหายน้ำอย่างมาก ริมฝีปากนั้นเริ่มแห้ง ผิวนั้นแห้ง  เหนื่อยง่าย มีอาการปวดหัว เวียนหัวและเมื่อเรานั้นยังปล่อยทิ้งไว้นานนั้นร่างกายของเรานั้นจะขาดน้ำอย่างหนักมาก หรือการที่เราดื่มน้ำไม่เพียงพอ และจะทำให้เรานั้นมีโรคตามมา 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

bookmark_borderควรที่จะเปลี่ยนวิธีในการที่เรากิน  เพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดี  

ในเมื่อเรานั้นมีพฤติกรรมในการที่เรานั้นกินแบบผิดวิธีนั้นก็จะทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ไม่ดีและเป็นผลกระทบต่อร่างกายเพราะว่าเมื่อเรานั้นยังที่จะใช้ชีวิตแบบเดิมๆและการที่เรานั้นไม่เปลี่ยนตัวเองในการกินหรือเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นจะทำให้เรานั้นมีร่างกายที่แย่ในระยาว  การที่เรานั้นดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มนั้นเรานั้นจะได้มีสุขภาพที่ดี   แต่ถ้าเรานั้นไม่ดูแลเรื่องสุขภาพการกินนั้นเรานั้นจะมีร่างกายที่แย่ดังนั้นเราก็ควรที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมในการที่เรานั้นกินเพื่อที่เรานั้นจะได้มีสุขภาพที่ดี   

  1. การที่เรานั้นกินนั้นเรานั้นไม่ควรที่จะตามใจปากเพราะว่าจะทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่เสีย  และโรคภัยนั้นจะมาเยือนร่างกายของเรานั้นเอง  ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน   ไขมัน  เบาหวาน  รวมไปถึงการที่เรานั้นจะเป็นโรคที่อ้วน  หรือว่า  การที่เรานั้นกินอาหารให้ครบ  5 หมู่  การที่เรานั้นกินแบบว่าตามใจปากนั้นแล้วถ้าเรานั้นอยากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นเราก็ควรที่จะไม่กินขนมในระหว่างวัน  และเรานั้นก็ควรที่จะหยุดกินในเมื่อเรานั้นรู้สึกได้ว่าเรานั้นอิ่มเรานั้นก็ควรที่จะหยุดกินเพราะว่าถ้าเรานั้นยังที่จะตามใจปากนั้นก็จะทำให้เรานั้นเป็นอย่างเดิมคือเรานั้นจะมีโรคภัยนั้นมามากขึ้นเรื่อยๆ  
  2. การที่เรานั้นติดดูซีรี่     การที่เรานั้นนั่งดูหนังนั้นทำให้เรานั้นต้องมีของกินด้วยเพราะว่าการที่เรานั้นนั่งดูและไม่มีของกินนั้นเป็นเรื่องที่ยากหน่อย  เพราะว่าปากเรานั้นว่าง  ไม่ว่าจะเป็นขนม  หรือว่าน้ำอัดลมการที่เรานั้นนั่งดูและเรานั้นก็กินไปด้วย ดังนั้นเรานั้นก็ควรที่จะดูทีวีแล้วเรานั้นก็ควรที่เปลี่ยนจากกินขนมและเรานั้นก็ควรที่จะกินแค่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว  และเรานั้นก็ควรที่จะออกกำลังกายนั้นไปด้วย  เพื่อที่เรานั้นจะได้มีสุขภาพที่ดี 
  3. การที่เรานั้นไม่กินอาหารเช้า  การที่เรานั้นเป็นคนที่ไม่ยอมที่จะกินอาหารเช้านั้นเรานั้นก็  ควรที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมในการที่เรานั้นควรที่จะกินอาหารเช้า หรือว่าเรานั้นจะซื้ออาหารที่เป็นธัญพืชนั้นมาติดบ้านเอาไว้  เพราะว่าอาหารเช้านั้นเป็นอาหารที่เรานั้นต้องกินทุกวัน  เพราะว่าร่างกายของเรานั้นต้องการที่จะได้รับสารอาหารก่อนที่เรานั้นพลังงานในการที่เรานั้นต้องทำงาน    หรือว่าไม่อย่างนั้นเราก็ควรที่จะตื่นแต่เช้าเพื่อที่มาทำอาหารเช้ากิน   

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

bookmark_borderหายใจได้ทั่วทั้งปอด หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

การหายใจก็เป็นอีกหนึ่งสมบัติอันล้ำค่าของเรา การหายใจเป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่ตลอดเวลาเมื่อเราเป็นมนุษย์คนนึง มันเป็นของธรรมชาติ ที่ทุกๆการหายใจนั้น จะมอบทั้งหลายๆอย่างที่ร่างกายต้องการ ถ้าไม่หายใจก็จะตายเพราะขาดออกซิเจนในเลือดที่จะเอาไปเลี้ยงที่ต่างๆ

แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ข้อเท็จจริงอันนึง เรามาพูดถึงความรู้สึกตอนที่หายใจกันดีกว่า การหายใจ ของเราทำให้เรารู้สึกอย่างไรบ้าง อย่างแรกเลย เรานั้นคงจะรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่งความรู้สึก การหายใจจะทำให้เราผ่อนคลาย หรือเครียดได้ทุกแบบ แต่นั้นแหละประเด็ด การดูดบุหรี่นั้นจะส่งผลที่แย่กับการหายใจด้วย นั้นก็คือ การหายใจติดขัด หรือหายใจไม่ทั่วปอดนั้นเอง แล้วไอ้การหายใจไม่ทั่วปิดนั้น จะกลายเป็นสิ่งที่ติดตัวไปตลอดชีวิตการดูดบุหรี่ของคุณเลยล่ะ ถ้าเกิดว่าเป็นอย่างนั้น คงจะอึดอัดแย่เลยที่เรานั้นจะหายใจไม่ทั่วปิดแบบนั้น

การหายใจไม่ทั่วปอด หรือรู้สึกอึดอันนั้นเป็นเพียงอาการข้างเคียงของการดูดควันลงปอดเท่านั้น แต่มันจะตามมาด้วยการไอ และการที่ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ ซึ่งเป็นอะไรที่จะไม่น่าพิสมัยเลย ดังนั้นการเลิกบุหรี่ได้สัก สามวัน ก็จะทำให้ปอดนั้นกลับมาทำงานได้อย่างปกติที่สุดอีกด้วย หรืออาจจะต้องใช้เวลามากกว่านั้น ก็ไม่เป็นไร

แต่ก็เป็นอะไรที่ต้องระมัดระวังไว้หน่อย เพราะบางคนอาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้น การสูบบุหรี่จนหายใจติดขัดเป็นนิสัยอาจจะสร้างความเคยชินทำให้รู้สึกแย่ขึ้นมาถ้าเกิดว่าหายใจเป็นปกติเมื่อเลิกดูดบุหรี่ กลับกลายเป็นว่า รู้สึกแย่เมื่อเลิกสูบบุหรี่ กระสับกระสาย จนต้องรู้สึกว่าอยากจะกลับมาดูดบุหรี่อีกครั้ง จงระวังไว้ว่าการรู้สึกเช่นนี้เป็นความรู้สึกผิด แล้วจะทำให้ความพยายามในการจะเลิกนั้น กลับเป็นเสียไป จงลองทนกับความแปลกไปของการหายใจคล่องขึ้น ทนไว้สักพัก ความรู้สึกคุ้นเคยชินก็จะเริ่มดีขึ้น แล้วเมื่อนั้นเราก็จะเริ่มรู้สึกถึงการหายใจที่เป็นดั่งสมบัติล้ำค้าที่เราจะต้องรักษาไว้

ทุกวันนี้เพียงแค่การหายใจกับสภาวะวิกฤตของการที่อากาศในบ้านเมืองกลายเป็นมีฝุ่น PM2.5 ปนเปื้อนอยู่เยอะแยะมากมายแบบนี้ แค่นี้ก็เป็นการเพิ่มโอกาสการหายใจที่ไม่ดีกับปอดอย่างมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าเลย อย่าพยายามเพิ่มโอกาสที่ทำให้การหายใจติดขัดจากบุหรี่ไปมากกว่านี้เลย บุหรี่นั้นคงสร้าง PM เข้าปอดแบบมหาศาลยิ่งกว่าการสูดอากาศช่วงนี้เข้าไปเสียอีกนะ ในเมื่อสามารถหาทางลด PM2.5 ได้ง่ายๆ ก็ทำมันก่อนเถอะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

bookmark_borderทำอย่างไรให้ผิวของเรายังสวยใสได้ตลอดหน้าร้อน

      เชื่อว่าอะไรคนคงมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลผิวพรรณในช่วงหน้าร้อนนี้เพราะส่วนมากมักจะต้องเผชิญกับแดดที่มีความร้อนแรงดังนั้นหลายคนจึงพบปัญหาว่าผิวพรรณหมองคล้ำ  บางคนมีฝ้าขึ้นที่ใบหน้าดังนั้นวันนี้เราจะมาหาวิธีการดูแลผิวพรรณของเราให้รอดอาการหมองคล้ำและผ่านพ้นฝ้าพี่ขึ้นไปหน้าในช่วงหน้าร้อนนี้ไปให้ได้ ส่วนวิธีการดูแลผิวพรรณที่ดีนั้นควรจะต้องทำอย่างไรบ้างเรามาดูกันค่ะ

            สำหรับการดูแลผิวพรรณมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่หมองคล้ำและไม่มีฝ้านั้นสามารถที่จะทำได้ตลอดเวลาซึ่งโดยปกติแล้วการดูแลผิวของเราให้มีความสวยงามและสดใสไม่หมองคล้ำนั้นอันดับแรกก็ต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำหรือเกิดฝ้าได้ง่ายนั้นเกิดมาจากสาเหตุอะไรซึ่งน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเกิดมาจากแสงแดดดังนั้นสิ่งที่เราทำได้เพื่อเป็นการปกป้องผิวของเราก็คือการหลบเลี่ยงแสงแดดและวิธีการที่หลบเลี่ยงแสงแดดได้ดีนั่นก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดซึ่งอันนี้เป็นการดูแลผิวพรรณได้ในระดับหนึ่งดังนั้นก่อนออกจากบ้านทุกครั้งเมื่อหลังจากที่มีการอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เราควรจะมีการทาครีมกันแดดครั้งที่ใบหน้าและลำตัวและที่สำคัญเราไม่ควรที่จะออกแดดเป็นระยะเวลานานๆหรือถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ควรไม่ออกแดดเลยแต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ควรหาอุปกรณ์ป้องกันไม่ว่าจะเป็นลมหรือหมวกการใส่เสื้อคลุมเพื่อไม่ให้แสงแดดโดนตัวเราโดยตรงก็จะช่วยได้ระดับหนึ่งและเมื่อกลับมาพักผ่อนที่บ้านในช่วงเวลาเย็นเราควรจะหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวครีมบำรุงต่างๆ

เพื่อมาดูแลผิวพรรณเราในช่วงเวลาเย็นหลังจากที่ตลอดทั้งวันเราต้องไปเผชิญกับแสงแดดอันร้อนแรงมาแล้ว ซึ่งก่อนที่เราจะพาผิวของเรานั้นเราควรจะหาผลิตภัณฑ์ขัดผิวขัดผิวและคราบไขมันของเราที่อาจจะสะสมตามร่างกายในช่วงระหว่างวันให้ออกพื้นที่ผิวของเราจะได้ใสสะอาดรวมถึงเป็นการบำรุงผิวของเราไปในตัว สำหรับการขัดผิวนั้นเราควรจะใช้การขัดผิวอาทิตย์ละเพียงแค่ 2-3 ครั้งเท่านั้นก็พอเพราะทหารทำทุกวันจะทำให้ผิวของเราบอบบางจนเกินไปที่สำคัญในการดูแลผิวใบหน้าของเราไม่ให้เกิดฝ้าหรือรอยหมองคล้ำนั้น การแต่งหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน

ยิ่งเฉพาะในช่วงหน้าร้อนเราไม่ควรแต่งหน้าหนาจนเกินไปเพราะการแต่งหน้าหนาแน่นหมายถึงว่าเราจะต้องมีการรองพื้นในปริมาณมากซึ่งจะมีผลต่อใบหน้าของเราเพราะรองพื้นจะไปอุดตันที่ผิวทำให้เรามีสิวเกิดขึ้นได้แล้วยิ่งระหว่างวันอากาศร้อนเหงื่อก็ออกหากใครยังคงแต่งหน้าแบบหนาเตอะแล้วก็รับรองได้เลยว่าทั้งสิวทั้งฝ้าจะพากันเดินขบวนพาเหรดมาที่หน้าของคุณเลยทีเดียวดังนั้นช่วงหน้าร้อนในทางที่ดีเราควรแต่งหน้าแบบบางๆเพื่อให้ผิวหน้าของเราได้รับออกซิเจนเข้าไปที่ใบหน้าจะช่วยให้เราไม่เกิดสิวอุดตันที่ใบหน้า

และไม่เกิดฝ้าได้อย่างแน่นอน และที่ขาดไม่ได้เลยในการดูแลผิวพรรณเพิ่มอีกหนึ่งอย่างก็คือเราควรอาบน้ำเย็นไม่ควรอาบน้ำร้อนในช่วงหน้าร้อนเพราะจะทำให้ผิวหนังของเราเหี่ยวย่น การที่เราอาบน้ำเย็นนั้นจะช่วยในเรื่องของการกระชับรูขุมขนได้ดีทีเดียวดังนั้นหากเราต้องการรักษาสภาพผิวตัวและผิวหน้าของเราให้ดีสวยและไม่หมองคล้ำก็อย่าลืมทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ดูนะคะ

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้นไทย

bookmark_borderหากต้องการลดน้ำหนักการลดอาหารเช้าดีจริงหรือไม่

          สำหรับสาวๆที่กำลังต้องการหาสูตรลดความอ้วนนั้นปกติแล้วก็จะหาสูตรตามที่เพื่อนบอกหรือว่าดูจากทางอินเทอร์เน็ตก็ส่วนใหญ่ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าปกติและอาหารเช้านั้นมีประโยชน์ควรจะกินอาหารเช้าให้อิ่มๆเพื่อที่ได้มื้อต่อไปเราจะได้ลดปริมาณการกินที่ลดลงอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปนั้นจะช่วยให้ระบบการทำงานในช่วงสายจนถึงเย็นของเราทำงานได้มีประสิทธิภาพในขณะที่อาหารเย็นนั้น

ควรจะลดปริมาณลงกินให้เหลือเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามกับมีสูตรต่างๆมากมายที่มีแชร์กันอยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ตกำหนดให้การกินอาหารเช้านั้นกินเพียงน้อยนิดก็พอ มีสูตรหลายสูตรมากในการที่จะให้ลดอาหารเช้าอย่างเช่นสูตรการลดน้ำหนักของ I F ที่มีการระบุให้กินอาหารแค่เพียง 1 มื้อเท่านั้นโดยให้งดอาหารตั้งแต่ 8:00 นเป็นต้นไปหลังจากนั้นก็ไม่ต้องกินอาหารอีกเลยรวมถึงการงดกินอาหารเช้าด้วยเช่นกันแล้วมากินอีกทีเป็นอาหารเที่ยงซึ่งการกินวันละ 1 มื้อแบบของ AIS นั้น

หลายคนได้รับผลในการลดน้ำหนักอย่างดีเยี่ยมซึ่งทุกคนมองว่าหากเราสามารถควบคุมการกินของตนเองให้กินวันละ 1 มื้อได้ในช่วงแรกๆอาจจะส่งผลทำให้ร่างกายรู้สึกหิวโหยแต่เมื่อนานๆไปเกิน 1 อาทิตย์จะทำให้ร่างกายเริ่มรู้สึกชินกับการไม่ต้องกินอาหารเช้าและหลังจากนั้นก็จะสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ซึ่งที่จริงแล้ววิธีการทำเช่นนี้

ทำให้น้ำหนักลดลงจริงๆเช่นเดียวกันแต่ว่า การที่เราลดอาหารเช้านั้นเราก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆตามมาเช่นระบบหัวใจทำงานล้มเหลวหรืออาจจะเป็นโรคเบาหวานได้และยังส่งผลในเรื่องของระบบเผาผลาญภายในร่างกายดังนั้นการที่เราจะใช้วิธีลดน้ำหนักแบบไอเอฟก็ไม่ใช่วิธีการที่จะถูกต้องเสียทีเดียวหากเราต้องการใช้วิธีการนี้ควรจะใช้การกินอาหารเช้าและอดยาวไปจนถึงช่วงกลางคืนต่อเนื่องมากินเช้าอีกวันหนึ่งแบบนี้น่าจะได้ประโยชน์จากการลดน้ำหนักได้มากกว่าเพราะแน่นอนว่าอย่างที่เราบอกกันไปแล้วว่าอาหารกลางวันและอาหารเย็นนั้นเราสามารถลดปริมาณการกินลงได้

ซึ่งการลดน้ำหนักแบบไอเอฟนั้นไม่ได้มีการระบุไว้ว่าเราไม่สามารถทานอะไรได้เลยเราอาจจะมีการทานได้เล็กน้อยที่เป็นอาหารที่ให้พลังงานแคลอรี่ต่ำและกินแค่เพียงน้อยเพื่อให้กระเพาะได้รับอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงนิดหน่อยก็พอ ซึ่งสูตรการกินอาหารแค่มื้อเดียวแต่เป็นการรับประทานอาหารเช้านั้นเชื่อว่าคุณยังจะได้รับประโยชน์จากอาหารเช้าได้มากกว่าการงดอาหารเช้าแล้วไปกินอาหารเที่ยงแน่นอนเพราะเมื่อคุณได้กินอาหารเช้าเข้าไปมันจะเป็นการเติมพลังให้กับร่างกายของคุณซึ่งสารอาหารจะไปช่วยทำให้ร่างกายของคุณกระปรี้กระเปร่าและคุณจะมีจิตใจที่สดใสร่าเริงตามมาอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

bookmark_borderทำยังไงดีถ้าเราตดเยอะตดบ่อย

           หากพูดถึงเรื่องของการตดเชื่อว่าทุกคนต่างก็เคยตดด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งบางคนอาจจะตดเมื่ออยู่คนเดียวหรือบางคนอาจจะมีการตดพร่ำเพรื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ไม่สามารถระงับได้จำเป็นต้องตดและโดยปกติแล้ว หากเราตรวจตรงบริเวณที่มีคนอยู่เยอะๆจะสร้างความอับอายให้กับเราเป็นอย่างมากดังนั้นหลายคนจึงต้องการหาวิธีการป้องกันหากกรณีที่ไม่สามารถอดทนได้จำเป็นต้องตดต่อหน้าคนนั้นควรจะต้องทำอย่างไร 

         การตดเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการผายลม   สาเหตุที่มีการผายลมออกมานั่นก็เพราะว่าในท่อทางเดินอาหารของเรามีแก๊สแก๊สชนิดนี้ถูกผลิตมาจากแบคทีเรียหรือยีสต์โดยแก๊สชนิดนี้จะมีการปล่อยออกมาทางทวารหนักซึ่งโดยปกติแล้วมักจะมีกลิ่นเหม็นมีเสียงที่ดังซึ่งเราเรียกการปล่อยแก๊สชนิดนี้ออกมาจากทางทวารหนักว่าเป็นการตด   โดยปกติแล้วคนเราจะมีการปลดเฉลี่ยตะวันอยู่ที่ 0.5 ถึง 1.5 ลิตร ซึ่งโดยปกติแล้วการตดมักจะไม่มีกลิ่นยกเว้นว่าเรามีการกินเนื้อสัตว์กินพืชเข้าไปจึงจะส่งผลให้เราก็ตดออกมาแล้วจะมีกลิ่น 

การที่เราตดนั้นเกิดจากสาเหตุที่เรากินอาหารที่มีพอลิแซ็กคาไรด์ค่อนข้างสูงซึ่งสารอาหารเหล่านี้ได้แก่นม   มันเทศ บล็อกโคลี่ถั่วกะหล่ำปลีหรือแม้แต่ขนมปังและยังมีอื่นๆอีกมากมายดังนั้นถ้าหากเราไม่อยากจะปลดหรืออยากจะคบให้น้อยลงและไม่มีกลิ่นเหม็นเราจึงควรมีการเลือกกินอาหารหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพอลิแซคคาไรด์ในปริมาณสูงเช่นเราต้องงดกินไข่  มดกินเนื้อ  มีกินผักประเภทกะหล่ำปลีหรือบล็อกโคลี่ที่สำคัญต้องงดกินถั่ว     และที่สำคัญควรงดกินอาหารที่มีไขมันสูงเพราะอาหารประเภทนี้มักจะอยู่ในท้องเรานานเนื่องจากมีการย่อยญาติซึ่งในระหว่างที่มันมีดีมีท้องของเรานี่เอง

และที่เหลือก็จะไปทำปฏิกิริยาทำให้เกิดแก๊สซึ่งจะทำให้เราถ่ายออกมาแล้วมีกลิ่นเหม็นได้ไปที่สำคัญการที่เรากินอาหารที่ค้างคืนเลยเอาไปแช่ในตู้เย็นแล้วเอากลับมาอุ่นกินหน่อยนั้นก็ทำให้เราสามารถตดบ่อยได้ด้วย   อีกสิ่งหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่เร็วจนเกินไปหรือดื่มน้ำเร็วจนเกินไปเพราะระหว่างนี้หากตอนเราที่เรากินน้ำเร็วๆนั้นลมจะเข้าไปในปากซึ่งจะส่งผลให้เราตดได้ดังนั้นเราควรมีการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและเขียวช้าๆจะทำให้อากาศเข้าไปในป่าของเราได้น้อยและทำให้เราไม่ค่อยตด

             มีคำว่าเหตุผลของการที่เราตดนั้นมีมากมายหลากหลายแบบดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องดูแลใส่ใจตัวเองให้มากหากเกรงว่าไปอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆจะไม่สามารถควบคุมไม่ให้ตนเองตกได้หลักๆเลยก็คือการที่มีลมเข้าไปในท้องเรากินอาหารที่ทำให้ย่อยยากซึ่งจะส่งผลให้เด็กเตรียมทำงานได้นานขึ้นและทำให้เรามีแก๊สที่จะถูกปล่อยออกมาทางทวารทำให้เกิดเป็นตดได้เอง

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

bookmark_borderต้นเกิดที่ทำให้เกิดหูชั้นในอักเสบ

หูคนเรานั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ หูชั้นนอกคือช่วงจากใบหูเข้าไปจนถึงเยื่อแก้วหู  หูชั้นกลาง คืออยู่ถัดจากเยื่อแก้วหูเข้าไปเป็นช่องที่บรรจุกระดูกอ่อนที่รับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงไว้ข้างในนั้นและจะมีช่องทางที่เชื่อมกับลำคอและโพรงจมูก ที่เรียกว่า ท่อยูสเตเชียน และหูชั้นใน หูชั้นในจะมีอวัยวะสำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นรูปหอยโข่งซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการได้ยิน และส่วนที่มีรูร่างเป็นหลอดกึ่งวงกลม ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว ทั้งสองส่วนนี้จะต่อกันเป็นอวัยวะภายในหูชั้นใน  และการอักเสบของอวัยวะภายในหูชั้นในนั้น เรียกว่า หูชั้นในอักเสบทำให้การทรงตัวเสียไปชั่วคราว

และจะเกิดอาการวิงเวียนเป็นสำคัญ โรคหูชั้นในอักเสบจะพบได้ค่อนข้างบ่อยส่วนมากจะมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งจะลุกลามมาจากบริเวณจมูกและลำคอและผ่านท่อยูสเตเชียนเข้ามาในหูชั้นในเป็นส่วนมาก มักเกิดตามหลังไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านมักเรียกว่า โรคไวรัสลงหู ที่จริงน่าจะเรียกว่า ไวรัสขึ้นหูซะมากกว่า บางครั้งก็อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลุกลามมาจากการอักเสบของหูชั้นกลาง  ซึ่งหูชั้นกลางเวลาอักเสบจะมีอาการปวดหู หูอื้อ หรืออาจจะขั้นมีไข้ร่วมด้วย และมักจะพบหลังเป็นไข้หวัดเช่นเดียวกัน โรคหูชั้นในอักเสบจากไวรัส หรือไวรัสลงหู

จะเป็นอยู่เพียงไม่กี่วันและหายได้เองโดยไม่ต้องพึ่งยาอะไร ยกเว้นแต่ว่ายาแก้อาการคลื่นไส้ วิงเวียนสำหรับคนที่มีอาการวิงเวียนมาก นับว่าเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่มากเท่าไรแต่อย่างไรก็ตาม จงพึงระลึกอยู่เสมอว่า อาการวิงเวียนนั้นอาจมีสาเหตุได้มากมายหลายอย่าง จึงต้องสังเกตดูอาการอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถ้ามีอาการรุนแรงหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมอยู่ด้วย

หรือเป็นเรื้อรังเกินสัปดาห์ ก็อาจจะต้องไปพบหมอ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นอะไร เพื่อให้หมอวินิจฉัยอาการเช่นนี้เกิดจากอะไร เพราะโรคเยื้อหูชั้นในอักเสบอาจจะมีอาการวิงเวียรศีรษะแค่ไม่กี่ชั่วโมงหรือกี่วัน ถ้าหากมีอาการที่นานกว่านี้หรือเป็นแบบเรื้อรังนั้นอาจจะไม่ได้เป็นโรคหูชั้นในอักเสบก็ได้ ฉะนั้นการพบหมอก็เป็นนเรื่องสำคัญ เราไม่ควรคิดเองว่าเราเป็นโรคอะไร

เพราะเราอาจะจะคิดผิด การรักษาโรคหูชั้นในอักเสบให้หายขาดก็เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะถ้าหากรักษาไม่หายขาด อาจจะก่อให้เกิดโรคหูอื่นๆตามาก เชื่อเยื้อแก้วหูอักเสบได้ เพราะเยื้อแก้วหูกับเยื้อหูชั้นในจะอยู่บริเวณใกล้ๆกัน ฉะนั้นหากไม่หายสนิทก็อาจจะติดเชื้อไปยังส่วนอื่นๆของหูได้

ขอบคุณเว็บ  เครื่องช่วยฟัง  ที่คอยให้การสนับสนุนเรา

bookmark_borderอาการเจ็บป่วยทางหู

ไม่เจอกับตัวไม่รู้จริงๆ ว่าอาการเจ็บป่วยทางหูนั้น ทรมานไม่ใช่น้อยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยได้ยินปกติมาก่อน จู่วันหนึ่งกลับได้ยินเสียงได้น้อยลง นอกจากร่างกายจะป่วยแล้ว จิตใจก็บอบช้ำไม่ต่างกัน 

ก่อนจะไปคุยกันเรื่องหูตึง เรามาทำความรู้จักกับหูของเราก่อนดีกว่า ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

3 ส่วน คือ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน หูชั้นนอก (The outer ear)

หูชั้นนอก ประกอบด้วยใบหู (Auricle) และรูหู (Auditory canal) ทำหน้าที่เป็นทางนำเสียงเข้าไปสู่หูชั้นกลางโดยที่ใบหูจะทำหน้าที่ ช่วยรวบรวมเสียงจากทิศต่างๆ ส่วนรูหูจะทำหน้าที่เป็นทางนำเสียง ไปสู่เยื้อแก้วหู

หูชั้นกลาง (The middle ear) เป็นส่วนของหูที่ต่อมาจากหูชั้นนอก โดยเริ่มจากแก้วหูเข้าไปในช่องว่างซึ่งบรรจุด้วยกระดูกนำเสียง ซึ่งติดต่อไปกับหูชั้นใน

หูชั้นใน (The inner ear) อวัยวะในหูชั้นในมีอยู่สองส่วน คือ ส่วนรับเสียง ที่เรียกว่า Cochlea และส่วนควบคุมการทรงตัว คือ Semicircular canal และ Otolithic organ 

การสูญเสียการได้ยิน (hearing loss) คือการที่หูข้างเดียวหรือทั้งสองข้างได้ยินเสียงลดลงหรือไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลย โดยระดับของการได้ยินนั้นมีตั้งแต่หูตึงเพียงเล็กน้อยไปจนถึงหูหนวกซึ่งหมายความว่าเสียงที่จะได้ยินต้องดังกว่า 90 เดซิเบลขึ้นไป 

ซึ่งปกติแล้วเรามักจะเจอว่าผู้ป่วยหูตึงจะมีอายุเยอะแล้ว ไม่ค่อยพบในวัยรุ่น หรือวัยทำงาน แต่ความจริงแล้วไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาเรื่องหูตึง ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ หรือว่าการที่ชีวิตมีความเสี่ยง อาจต้องทำงานในที่มีเสียงดังเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด และตัวเองก็ไม่มีเครื่องมือป้องกันที่ดีพอ 

วิธีการดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการหาทางรักษา เราต้องรักชีวิตของเราให้มากพอ ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง หรือถ้าหากว่าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ งานนั้นเราจำเป็นต้องทำเพื่อปากท้อง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ป้องกันตัวเองจากเสียงก็ต้องหามาใช้อย่างถูกวิธี เพื่อยืดอายุการใช้งานของหูให้นานมากที่สุด และถ้าเป็นไปได้ อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยงจะดีที่สุด ยังมีอาชีพอื่นให้ทำอีกเยอะ 

และถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว อย่าเพิ่งท้อแท้หรือว่าหมดหวัง ยังมีทางรักษาอีกมากกำลังรอคุณอยู่ เพียงแต่ต้องรักษาและตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การรักษานั้นเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และไม่ทำให้อาการแย่ลง ท่องจำไว้ให้ดี สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เครื่องช่วยฟัง

bookmark_borderคอลลาเจนให้ได้ผลประโยชน์มากที่สุด

ผิวหมองคล้ำ ผิวไม่กระจางใส ผิวไม่เรียบเนียน ผิวมีริ้วรอยต่างๆ ฯลฯ

ถ้าหากคุณกำลังมีปัญหาในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับผิวแล้วละก็นั้นอาจจะหมายถึงการที่สารอาหารไม่สามารถไปล่อเลี้ยงผิวได้ หลายๆคนอาจจะไม่คิดว่าผิวก็มีสารอาหารเหรอ แล้วสารอาหารของผิวคืออะไร ครีมทาผิวใช่หรือไม่? ต้องบอกก่อนว่าครีมทาผิวนั้นเป็นเป็นอาหารเสริมสำหรับผิวมากกว่า เพราะมันช่วยบำรุงแค่ภายนอกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วผิวจะแข็งแรงได้จะต้องเกิดขึ้นมาจาภายในด้วย และอาหารของผิวก็คือ คอลลาเจน คอลลาเจนนั้นเป็นสารอาหารที่ร่างกายของทุกคนจะสามารถผลิตออกมาใช้งานเองได้ แล้วถ้าอย่างนั้นเราจะต้องการมันทำไหมถ้าหากว่าร่างกายสามารถผลิตเองได้? ก็จริงอยู่ว่าคอลลาเจนร่างกายสามารถผลิตเองได้ แต่สุดท้ายแล้วระบบการผลิตมันก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเราด้วย ยิ่งเรามีอายุขึ้น ระบบการทำงานในการผลิตก็จะลดน้อยลง

ทำให้ไม่สามารถถูกนำไปใช้ได้ทุกส่วนของร่างกายอย่างเพียงพอ ฉะนั้นแล้วเราจึงจำเป็นที่จะต้องทานคอลลาเจนเพื่อความช่วยทดแทนในส่วนที่หายไปที่ร่างกายไม่สามารถผลิตออกมาได้ในปริมาณเหมือนเคย เรียกได้ว่าคอลลาเจนในปัจจุบันนั้นสามารถหาทานได้ง่ายมากขึ้น เพราะได้มีการสกัดคอลลาเจนมาในรูปแบบอาหารเสริมทั้งแบบเป็นผงและแบบเม็ดเพื่อให้สามารถหารับประทานได้ง่ายและสะดวก แต่อาหารเสริมเหล่านี้จะต้องมีตัวช่วยในการดูดซึม ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายจะขับออกมาโดยปัสสาวะ สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราทานไปก็จะเสียป่าว

การทานอาหารเสริมอย่างคอลลาเจนจะต้องทานควบคู่กับวิตามินซี เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้ดีมากยิ่งขึ้น เท่านี้คอลลาเจนที่เราทานเข้าไปก็จะไม่เสียป่าว และถ้าหาใครไม่สะดวกที่จะซื้อมาทานในรูปแบบของอาหารเสริม คอลลาเจนนั้นก็มีอยู่แหล่งอาหารทางธรรมชาติมากมายให้ได้ทานกันอีกด้วยอย่างเช่น ปลา โดยเฉพาะปลาแซลม่อน ปลาทะเลน้ำลึก ผักใบเขียว ถั่ว เห็ดทุกชนิด ชา ไข่ขาว สาหร่าย ข้าวสาลี เป็นต้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ประสงค์จะทานเป็นอาหารเสริม ในแหล่งอาหารธรรมชาติก็จะสามารถทำให้คุณรับสารอาหารอย่างคอลลาเจนได้เช่นกัน

นอกจากนี้แล้วคอลลาเจนไม่ได้เป็นเพียงที่จะช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณเท่านั้น แต่ยังช่วยบำรุงเรื่องของกระดูก และข้อตามส่วนต่างๆของร่างกายให้แข็งแรงได้อีกด้วย เห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าคอลลาเจนนั้นมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย ถ้าใครกำลังจะเลือกทานคอลลาเจนเป็นอาหารเสริมแล้ว ก็ควรที่จะทำการศึกษาหาวิธีการทานคอลลาเจนให้ถูกวิธีและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดนะ

 

สนับสนุนโดย  บุหรี่ไฟฟ้า

bookmark_borderไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019

เรื่องราวเกี่ยวกับ ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019

ตอนนี้ประเทศไทยของเรานอกจากเรื่องค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ทำลายสุขภาพของเราแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่น่ากลัวนั่นก็คือเรื่องของเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่กำลังคร่าชีวิตทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ไวรัสโคโรน่าหรือไวรัสอู่ฮั่น เป็นเชื้อโรคที่ระบาด จากเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย  ประเทศจีน จริงๆแล้วเชื้อไวรัสชนิดนี้เราตรวจเจอพบว่ามันอยู่ในสัตว์จำพวกค้างคาวที่อยู่ในป่า หลายคนสงสัยแล้วมันมาสู่คนได้อย่างไร จากการถอดรหัสพันธุกรรมในงูที่กินค้างคาวเข้าไป ทำให้เรารู้ว่า งูเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่พอกินค้างคาวที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้าไป

เชื้อไวรัสจะไปทำปฏิกิริยากับเลือดของงูและพัฒนาตัวเองจนกลายพันธุ์เป็นเชื้อโรคใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม เมื่อคนเรากินงูที่มีเชื้อเข้าไปจึงทำให้ติดเชื้อโรคนั้นขึ้น สำรวจแหล่งแพร่เชื้อโรคที่ตลาดขายของทะเลและสัตว์แปลกอู่ฮั่นพบว่ากลุ่มที่ติดเชื้อกลุ่มแรกๆคือคนงานและลูกค้าที่ซื้อสัตว์เหล่านั้นไปกิน 

ความน่ากลัวของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

ก็คือสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้อย่างรวดเร็ว โดยผ่านทางการสัมผัสน้ำมูก , น้ำลาย , เสมะของผู้ป่วย หรือแม้กระทั่งทางอากาศ ถ้าอากาศมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่จากคนป่วยที่ไอและจามออกมา แล้วบังเอิญเราหายใจเข้าไปเราก็สามารถติดเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าได้เช่นกัน

อาการของผู้ที่ติดเชื้อ  หลังจากรับเชื้อโรคไปแล้วจะใช้เวลาบ่มเพาะในร่างกายคนเราประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงเริ่มแสดงอาการออกมา เแรกๆจะมีอาการคล้ายคนเป็นหวัด คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจติดขัด และถ้าไข้ขึ้นสูง เกินจาก 38 องศาขึ้นไป จะเกิดความรุนแรงจนลุกลาม จนปวดอักเสบ ไตวาย และเสียชีวิตลงในที่สุด แต่ในคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างพวกเด็กเล็ก หรือคนสูงอายุ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่เป็นโรคเบาหวาน ความดัน คนพวกนี้ส่วนใหญ่เมื่อได้รับเชื้อเข้าไป เชื้อจะลุกลามแพร่ขยายไปทำลายเนื้อเยื่อต่างอย่างรวดเร็ว ถ้ารู้ตัวช้าไปรักษาที่โรงพยาบาลไม่ทันโอกาสเสียชีวิตมีสูงมาก

วิธีป้องกันการติดเชื้อทำได้โดย ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น, รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ , นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ , ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์ล้างมือ , กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ , ไม่กินเนื้อสัตว์ดิบ , หลีกเลี่ยงไปแห่งที่คนพลุกพล่าน , สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาออกไปที่สาธารณะ , งดการเดินทางไปประเทศที่เป็นพบผู้ติดเชื้ออยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประเทศจีน ,  เมื่อรู้สึกไม่สบายติดต่อกันหลายวันอย่านิ่งนอนใจรีบไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที

 

สนับสนุนโดย ชุดตรวจ hiv