bookmark_borderปากแตกและแห้ง 

อาการที่เป็นริมฝีปากนั้นแห้งแตกนั้นไม่ชุ่มชื่นบางทีริมฝีปากเรานั้นก็แห้งแตกเป็นขุยถ้าเรานั้นเผลอไปแกะก็ยิ่งทำให้เป็นแผลจนเจ็บและก็จะหายได้ยาก อาการของแผลแห้งแตกนั้นก็มักจะเป็นกันบ่อยยิ่งหน้าหนาวนั้นก็จะเป็นกันเยอะ เมื่อเรานั้นทาลิปมันก็ยังเอาไม่อยู่ปากเรานั้นแห้งบ่อยๆนั้นเราต้องมาเช็คกันแล้วค่ะว่าแอบบอกสัญญาณเตือนอะไรเราบ้างหรือว่าเตือนเรื่องสุขภาพของเราอยู่หรือเปล่า ดังนั้นเราจึงจะมาบอกว่าเกิดจากอะไรบ้างและริมฝีปากที่ไม่ชุดชื้นนั้นบอกอะไรได้บ้างและมีวิธีแก้ให้หายนั้นได้ไหม 

ปากแห้งนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง 

อาการปากหรือว่าริมฝีปากนั้นแห้งเกิดขึ้นได้หลายอย่างโดยเฉพาะสาเหตุที่อยู่ใกล้ๆตัวที่ตัวเรานั้นมักจะทำอยู่เสมอ และเป็นประจำ  

  1. เริ่มจากที่ตัวเรานั้นเริ่มที่จะเลียริมฝีปากนั้นบ่อย เพราะเอนไซม์ในน้ำลายจะยิ่งทำให้ปากแห้งมากขึ้นได้ 
  2. การที่เรานั้นดื่มน้ำน้อยนั้นทำให้ร่างกายของเรานั้นขาดความชุ่มชื้นซึ่งเป็นอาการสาเหตุของการทำให้ปากนั้นแห้ง
  3. การที่เรานั้นอยู่แต่ในห้องแอร์นั้นมากเกินไปจึงทำให้ดึงเอาความชุ่มชื้นนั้นออกจากร่างกายเราและก็ทำให้ปากเรานั้นแห้งอีทั้งยังทำให้ผิวเรานั้นแห้งไปด้วย 
  4. เมื่อเรานั้นนอนอ้าปากหรือว่านอนกรน น้ำลายนั้นก็จะถูกผลิตลดน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้เรานั้นปากแห้งและคอแห้งเมื่อที่เรานั้นตื่นมา
  5. ติดลิปบาล์ม ถึงแม้ว่าการที่เรานั้นทาลิปบาล์มนั้นบ่อยจะช่วยได้แต่เมื่อในระยะที่ยาวนั้นจะทำให้ลิปนั้นดูดความชุ่มชื้นนั้นออกจากริมฝีปากได้ 
  6. สารเคมีบางอย่าง เช่นการที่เรานั้นทาลิปสติกนั้นก็อาจจะมีสารเคมีนั้นตกค้าง  สารเคมีในยาสีฟัน  สารเคมีน้ำยาบ้วนปาก ก็อาจจะทำให้ริมฝีปากของเรานั้นเกิดอาการแห้งแตกเป็นขุยได้เช่นกัน 

อาการที่ริมฝีปากของเรานั้นแห้ง แตกเป็นขุย  ไม่ยอมหายสักทีนี่เป็นอาการที่ส่องสัญญาณหรือว่าจะบ่งบอกว่าเรานั้นมีอาการเป็นอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ริมฝีปากนั้นแห้งเกิดจากอะไรได้บาง 

  • ภาวการณ์ขาดน้ำ  ภาวการณ์ขาดน้ำในร่างกายนั้นเกิดจากการที่เรานั้นสูญเสียน้ำ และเกลือแร่บางชนิดที่มากเกินไปโดยภาวะที่เกิดจากการเสียน้ำได้แก่ ท้องเสียอย่างรุนแรง  ท้องร่วง ซึ่งทั้งนี้ของภาวการณ์ที่ขาดน้ำเรานั้นจะสังเกตได้ว่าอาการจะกระหายน้ำอย่างมาก ริมฝีปากนั้นเริ่มแห้ง ผิวนั้นแห้ง  เหนื่อยง่าย มีอาการปวดหัว เวียนหัวและเมื่อเรานั้นยังปล่อยทิ้งไว้นานนั้นร่างกายของเรานั้นจะขาดน้ำอย่างหนักมาก หรือการที่เราดื่มน้ำไม่เพียงพอ และจะทำให้เรานั้นมีโรคตามมา 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

bookmark_borderต้นเกิดที่ทำให้เกิดหูชั้นในอักเสบ

หูคนเรานั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ หูชั้นนอกคือช่วงจากใบหูเข้าไปจนถึงเยื่อแก้วหู  หูชั้นกลาง คืออยู่ถัดจากเยื่อแก้วหูเข้าไปเป็นช่องที่บรรจุกระดูกอ่อนที่รับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงไว้ข้างในนั้นและจะมีช่องทางที่เชื่อมกับลำคอและโพรงจมูก ที่เรียกว่า ท่อยูสเตเชียน และหูชั้นใน หูชั้นในจะมีอวัยวะสำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นรูปหอยโข่งซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการได้ยิน และส่วนที่มีรูร่างเป็นหลอดกึ่งวงกลม ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว ทั้งสองส่วนนี้จะต่อกันเป็นอวัยวะภายในหูชั้นใน  และการอักเสบของอวัยวะภายในหูชั้นในนั้น เรียกว่า หูชั้นในอักเสบทำให้การทรงตัวเสียไปชั่วคราว

และจะเกิดอาการวิงเวียนเป็นสำคัญ โรคหูชั้นในอักเสบจะพบได้ค่อนข้างบ่อยส่วนมากจะมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งจะลุกลามมาจากบริเวณจมูกและลำคอและผ่านท่อยูสเตเชียนเข้ามาในหูชั้นในเป็นส่วนมาก มักเกิดตามหลังไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านมักเรียกว่า โรคไวรัสลงหู ที่จริงน่าจะเรียกว่า ไวรัสขึ้นหูซะมากกว่า บางครั้งก็อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลุกลามมาจากการอักเสบของหูชั้นกลาง  ซึ่งหูชั้นกลางเวลาอักเสบจะมีอาการปวดหู หูอื้อ หรืออาจจะขั้นมีไข้ร่วมด้วย และมักจะพบหลังเป็นไข้หวัดเช่นเดียวกัน โรคหูชั้นในอักเสบจากไวรัส หรือไวรัสลงหู

จะเป็นอยู่เพียงไม่กี่วันและหายได้เองโดยไม่ต้องพึ่งยาอะไร ยกเว้นแต่ว่ายาแก้อาการคลื่นไส้ วิงเวียนสำหรับคนที่มีอาการวิงเวียนมาก นับว่าเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่มากเท่าไรแต่อย่างไรก็ตาม จงพึงระลึกอยู่เสมอว่า อาการวิงเวียนนั้นอาจมีสาเหตุได้มากมายหลายอย่าง จึงต้องสังเกตดูอาการอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถ้ามีอาการรุนแรงหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมอยู่ด้วย

หรือเป็นเรื้อรังเกินสัปดาห์ ก็อาจจะต้องไปพบหมอ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นอะไร เพื่อให้หมอวินิจฉัยอาการเช่นนี้เกิดจากอะไร เพราะโรคเยื้อหูชั้นในอักเสบอาจจะมีอาการวิงเวียรศีรษะแค่ไม่กี่ชั่วโมงหรือกี่วัน ถ้าหากมีอาการที่นานกว่านี้หรือเป็นแบบเรื้อรังนั้นอาจจะไม่ได้เป็นโรคหูชั้นในอักเสบก็ได้ ฉะนั้นการพบหมอก็เป็นนเรื่องสำคัญ เราไม่ควรคิดเองว่าเราเป็นโรคอะไร

เพราะเราอาจะจะคิดผิด การรักษาโรคหูชั้นในอักเสบให้หายขาดก็เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะถ้าหากรักษาไม่หายขาด อาจจะก่อให้เกิดโรคหูอื่นๆตามาก เชื่อเยื้อแก้วหูอักเสบได้ เพราะเยื้อแก้วหูกับเยื้อหูชั้นในจะอยู่บริเวณใกล้ๆกัน ฉะนั้นหากไม่หายสนิทก็อาจจะติดเชื้อไปยังส่วนอื่นๆของหูได้

ขอบคุณเว็บ  เครื่องช่วยฟัง  ที่คอยให้การสนับสนุนเรา

bookmark_borderอาการเจ็บป่วยทางหู

ไม่เจอกับตัวไม่รู้จริงๆ ว่าอาการเจ็บป่วยทางหูนั้น ทรมานไม่ใช่น้อยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยได้ยินปกติมาก่อน จู่วันหนึ่งกลับได้ยินเสียงได้น้อยลง นอกจากร่างกายจะป่วยแล้ว จิตใจก็บอบช้ำไม่ต่างกัน 

ก่อนจะไปคุยกันเรื่องหูตึง เรามาทำความรู้จักกับหูของเราก่อนดีกว่า ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

3 ส่วน คือ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน หูชั้นนอก (The outer ear)

หูชั้นนอก ประกอบด้วยใบหู (Auricle) และรูหู (Auditory canal) ทำหน้าที่เป็นทางนำเสียงเข้าไปสู่หูชั้นกลางโดยที่ใบหูจะทำหน้าที่ ช่วยรวบรวมเสียงจากทิศต่างๆ ส่วนรูหูจะทำหน้าที่เป็นทางนำเสียง ไปสู่เยื้อแก้วหู

หูชั้นกลาง (The middle ear) เป็นส่วนของหูที่ต่อมาจากหูชั้นนอก โดยเริ่มจากแก้วหูเข้าไปในช่องว่างซึ่งบรรจุด้วยกระดูกนำเสียง ซึ่งติดต่อไปกับหูชั้นใน

หูชั้นใน (The inner ear) อวัยวะในหูชั้นในมีอยู่สองส่วน คือ ส่วนรับเสียง ที่เรียกว่า Cochlea และส่วนควบคุมการทรงตัว คือ Semicircular canal และ Otolithic organ 

การสูญเสียการได้ยิน (hearing loss) คือการที่หูข้างเดียวหรือทั้งสองข้างได้ยินเสียงลดลงหรือไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลย โดยระดับของการได้ยินนั้นมีตั้งแต่หูตึงเพียงเล็กน้อยไปจนถึงหูหนวกซึ่งหมายความว่าเสียงที่จะได้ยินต้องดังกว่า 90 เดซิเบลขึ้นไป 

ซึ่งปกติแล้วเรามักจะเจอว่าผู้ป่วยหูตึงจะมีอายุเยอะแล้ว ไม่ค่อยพบในวัยรุ่น หรือวัยทำงาน แต่ความจริงแล้วไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาเรื่องหูตึง ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ หรือว่าการที่ชีวิตมีความเสี่ยง อาจต้องทำงานในที่มีเสียงดังเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด และตัวเองก็ไม่มีเครื่องมือป้องกันที่ดีพอ 

วิธีการดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการหาทางรักษา เราต้องรักชีวิตของเราให้มากพอ ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง หรือถ้าหากว่าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ งานนั้นเราจำเป็นต้องทำเพื่อปากท้อง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ป้องกันตัวเองจากเสียงก็ต้องหามาใช้อย่างถูกวิธี เพื่อยืดอายุการใช้งานของหูให้นานมากที่สุด และถ้าเป็นไปได้ อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยงจะดีที่สุด ยังมีอาชีพอื่นให้ทำอีกเยอะ 

และถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว อย่าเพิ่งท้อแท้หรือว่าหมดหวัง ยังมีทางรักษาอีกมากกำลังรอคุณอยู่ เพียงแต่ต้องรักษาและตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การรักษานั้นเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และไม่ทำให้อาการแย่ลง ท่องจำไว้ให้ดี สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เครื่องช่วยฟัง