bookmark_borderวิธีการออกกำลังกายที่จะช่วยให้อายุของคนอื่นยาวได้

วันนี้เราจะมาแนะนำเรื่องของการออกกำลังกายเพราะถ้าคุณออกกำลังกายในลักษณะที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ทุกๆวัน รับรองได้ว่าอายุคุณจะยืนยาวขึ้นอย่างแน่นอน จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายนั้นมันก็มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอยู่แล้ว ซึ่งมันจะเข้าไปช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด และอื่นๆอีกมากมาย

เราเชื่ออยู่แล้วว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการออกกำลังกายมันดีต่อร่างกายของเราหลายอย่างแต่หลายคนก็คงสงสัยว่าวิธีการออกกำลังกายแบบไหนที่มันจะดี

และออกกำลังกายแบบไหนถึงจะเหมาะสมต่อร่างกายของแต่ละคน ซึ่งต้องใช้เวลาออกนานขนาดไหนแต่ต้องทำมากน้อยเพียงใด ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง

 ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับเล็กๆในน้อยแต่ได้ผลดี ในการที่จะออกกำลังกายอย่างไรให้คุณมีอายุที่ยืนยาว พร้อมกับสุขภาพที่ดีด้วย โดยมีดังนี้ 

  1. เราควรออกกำลังกายให้รู้สึกเหนื่อยปานกลาง

สำหรับข้อที่หนึ่งนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญนะเพราะว่าการที่เรานั้นได้ออกกำลังกายจนหนักเกินไปนั้นหรือว่าออกกำลังกายที่มากจนเกินไปมันก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายของคุณเองเลย และถ้าคุณยังไปออกกำลังกายในสถานที่ที่ร้อนมากก็อาจจะเสี่ยงให้เป็นโรคลมร้อนได้เช่นกันด้วย ซึ่งถ้าหนักก็อาจจะถึงกับเสียชีวิตเลยนะ งั้นเราขอแนะนำว่าคุณควรที่จะออกกำลังกายให้รู้สึกวันเหนื่อยแต่เอาแค่พอดีหรือเอาแค่ปานกลางก็พอแล้ว 

ซึ่งแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกันไปจึงให้คำว่ามากหรือน้อยเกินไปไม่ได้เพราะคุณจะสังเกตได้ว่าถ้าหากมันพอดีแล้วคุณจะรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่เหนื่อยมาก ดังนั้นถ้าหากว่าคุณออกกำลังกายแล้วสามารถพูดเป็นประโยคยังได้อยู่ถือว่านั่นแหละเรียกว่าพอดี

  1. ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน

เราเชื่อว่าหลายคนมักจะอ้างว่าไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย ซึ่งเราขอบอกว่าในแต่ละวันคุณใช้เพียงแค่ 30 นาทีของคุณเท่านั้น และในหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่ต้องออกทุกวันก็ได้ดังนั้นถ้ามันจึงไม่ควรที่จะอ้างเรื่องของเวลาแล้วถ้าอยากให้ร่างกายของคุณแข็งแรงคุณควรที่จะออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละห้าวันซึ่งนั่นเท่ากับว่าช่วยเพิ่มชีวิตอายุของคุณให้ยืดยาวขึ้นไปอีก

  1. ควรวอร์มร่างกายก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย

การวอร์มร่างกายหรืออบอุ่นร่างกายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย เพราะถ้าอยู่อยู่แล้วคุณมาออกกำลังกายที่หักโหมหรือหนักเกินไปอาจจะส่งผลทำให้ร่างกายของคุณนะบาดเจ็บขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นการวอร์มร่างกายหรือการอุ่นร่างกายก่อนที่ฉันเริ่มออกกำลังกายจริงๆถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของการออกกำลังกายเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน

bookmark_border3 วิธีลดหน้าท้องสำหรับวัยทอง

รู้หรือไม่ว่าเมื่อเราอายุเริ่มมากขึ้นนั้นสุขภาพร่างกายของเราก็ย่อมเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา สู้เราออกกำลังเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ตั้งแต่อายุยังน้อย จะยิ่งดีต่อร่างกายของเราเมื่อเราอายุเริ่มมากขึ้น เพราะเราอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า วัยทองหรือผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้น

เมื่อแก่ตัวไปก็มักที่จะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายหรือแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายจึงอาจทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมสภาพและย่ำแย่ลงตามกาลเวลา

ดังนั้นการดูแลสุขภาพร่างกายเมื่อเราอายุยังน้อยถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม แต่อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่เริ่มเข้าสู่วัยทอง และอยากที่จะหันมาดูแลสุขภาพร่างกายกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่อย่างใดเพียงแค่เราให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์

รวมไปจนถึงการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และแน่นอนว่าวัยทองส่วนใหญ่ก็อยากที่จะมีรูปร่างที่ดี มีหุ่นที่สวย

ถึงแม้ว่าเราจะอายุเยอะแล้วก็ตาม ซึ่งก็สามารถทำได้หากเราให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการลดหน้าท้องเพราะไม่ว่าใครก็ไม่อยากมีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องกันทั้งนั้น ฉะนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ  3 วิธีลดหน้าท้องสำหรับวัยทอง

ซึ่งรับรองได้เลยว่า หากเราทำเป็นประจำนั่นจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าท้องของเราลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน   จะมีวิธีไหนกันบ้างไปดูกันเลย

  • ท่า SINGLE LEG DROPS

รู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายในท่านี้ถือเป็นหนึ่งในท่าที่จะช่วยให้พุงยุบและช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดีสำหรับวัยทอง เพราะเป็นธาตุที่มุ่งเน้นไปที่ การทำให้หน้าท้องของเรานั้นดูแน่นขึ้น สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่แกนกลางได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าทำท่านี้เป็นประจำจะสามารถลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี

  • ท่า LEG RAISES

เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในท่าออกกำลังกายอีกท่านหนึ่งที่วัยทองนั้นไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะท่าออกกำลังกายท่านี้ถือเป็นหนึ่งในท่าที่สามารถลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นท่าที่สามารถทำให้พุงช่วงล่างของเรานั้นเกิดการยุบได้เร็ว และที่สำคัญ หากทำเป็นประจำนั้นจะยิ่งทำให้บริเวณลำตัวของเรามีความแน่นได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

  • ท่า Supine Twist

ท่านี้ ถือเป็นหนึ่งในท่าที่ทำง่ายมากๆเพราะเป็นท่าที่เราแค่จะต้องบิดลำตัวไปมาอย่างช้าๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นท่าที่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับลำตัวของเราได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นท่าที่สามารถลดหน้าท้อง ทำให้พุงบริเวณหน้าท้องของเราแบนราบได้นั่นเอง

bookmark_borderการป้องกันกระดูกไม่ให้พรุน

1.วิธีที่หนึ่งก็คือ รับประทานอาหารที่แคลเซียมสูง ก็ตรงไปตรงมา เพราะว่าองค์ประกอบของเราส่วนใหญ่เป็นแคลเซียมนั่นเองเราจำเป็นที่จะต้องทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงๆเข้าไปเพื่อไปบบำรุงกระดูกของเรานั่นเองแล้วจะมีอาหารอะไรบ้างล่ะที่จะมีแคลเซียมสูง

ซึ่งจะเป็นพวก นม ปลาทอดตัวเล็กๆให้รับประทานเข้าไปทั้งตัวเข้าไปเลยแล้วก็พวกผักผลไม้ต่างๆที่มีแคลเซียมสูงสามารถหามารับประทานได้เพื่อบำรุงกระดูกของเรา สำหรับใครที่แพ้ นมวัว สามารถที่จะทานนมอื่นๆได้ไม่ว่าจะเป็นนมถั่วเหลืองก็ได้ นมอัลมอนด์  หรือว่า ในตอนนี้ก็จะมีพวกนมที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตส ก็ทานได้ท้องไม่เสียแต่สำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานทานนมไม่ได้ทานปลาอะไรไม่ได้ก็อาจจะหาซื้อเม็ดแคลเซียมมาทานก็ได้อาจจะเป็นเม็ดฟู่หรือว่าเป็นยาเม็ดเราเอามารับประทานเสริมเข้าไปมันก็จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกพรุนได้

วิธีที่สองก็คือ งดบุหรี่ สุรา คาเฟอีน สำหรับเรื่องของบุหรี่แนะนำว่าให้งดเพราะว่าการสูบบุหรี่มันจะทำให้เลือดของเราเป็นกรด เมื่อเลือดขอเราเป็นกรดมันก็จะเข้าไปสหลายแคลเซียมจากกระดูกของเราออกมาเรื่อยๆนั่นเอง

ดังนั้นใครที่สูบบุหรี่จัดๆระวังเพราะว่ามันเป็นปัจจัยนึงที่จะทำให้กระดูกพรุนได้ยังไงก็ให้ท่านหลีกเลี่ยงแล้วก็ต่อมาในเรื่องของแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะเป็นสุราหรือว่าเบียร์หรือว่าไวน์ต่างๆเวลารับประทานเข้าไปแล้วก็จะทำให้ลดการดูซึมแคลเซียมในกระเพาะของเรา

การป้องกันกระดูกไม่ให้พรุน เวลาที่แคลเซียมดูดซึมได้น้อยลงันก็จะเข้าไปเสริมกระดูกของเราได้น้อยลงเช่นกันก็จะทำให้กระดูกของเราพรุนได้ง่ายเช่นกันและต่อมาสำหรับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟน้ำอัดลมเครื่องดื่มชูกำลังก็แนะนำว่าคุณอย่าไปดื่มมาก

คุณสามารถดื่มได้แต่ไม่ใช่ว่าวันนึงอาจจะดื่นกาแฟสามแก้วบบนี้มันก็เยอะเกินไปเพราะว่าพวกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมันก็จะมีตัวฟอสเฟลที่เยอะยิ่งใครที่เป็นโรคไตด้วยแล้วเวลาที่มีฟอสเฟลเยอะๆร่างกายก็จะสหลายแคลเซียมจากกระดูกมากเพื่อที่จะมาจับกับฟอสเฟสนั่นเอง

เมื่อเราดื่มเข้าไปมากๆเข้ากระดูกของเราก็จะพรุนมากขึ้นๆทำให้บางทีเกิดกระดูกหักได้เลยเลยทีเดียวดังนั้นแล้วแนะนำว่าให้คุณดื่มในปริมาณที่เหมาะสมวันนึงคุณอาจจะดื่มกาแฟสักแก้วนึงก็เพียงพอแล้วและก็ไม่ควรที่จะเกินสองแก้วก็จะช่วยป้องกันไม่ทำให้กระดูกของท่านพรุนนั่นเอง

ส่วนเรื่องของสมุนไพรยาต้มยาหม้ออะไรต่างๆเพราะว่ายาเหล่านี้บางยี่ห้อบางชนิดก็จะมีส่วนผสมของสเตรอยนั่นเองการที่เราทานสเตรอยเข้าไปเป็นเวลานานๆจะส่งผลทำให้กระดูกของเราบางลงๆแล้วก็พรุนในที่สุดนั่นเองแนะนำว่าจะใช้ยาอะไรให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกของท่านพรุน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน

bookmark_borderพฤติกรรมการกินในโลกแห่งความจริง

สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดความคิดที่ว่าเราสามารถรับประทานอาหารที่ตามใจชอบ  พฤติกรรมการกิน  เพื่อชดเชยความโชคร้ายของชีวิตจึงมีอยู่ทั่วไป ในการศึกษาทดลองเชิงนวัตกรรม Adriaanse, Prinsen, de Witt Huberts, de Ridder และ Evers23 นำผู้เข้าร่วมเชื่อว่าพวกเขากินมากเกินไป บรรดาผู้ที่แสดงตนว่าเป็นผู้เสพอารมณ์ได้อ้างว่าการบริโภคมากเกินไปเป็นอารมณ์เชิงลบ

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าผู้คนอาจมีการจำกัดความรู้ในตนเอง และว่าตอนรับประทานอาหารที่ระลึกได้นั้นต้องทนทุกข์จากอคติในการเรียกคืนอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ Boelsma, Brink, Stafleu และ Hendriks ยังได้ตรวจสอบความเป็นอยู่ที่ดีภายหลังตอนกลางวันและพารามิเตอร์วัตถุประสงค์ (เช่น ghrelin อินซูลิน กลูโคส) หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ได้มาตรฐานและไม่พบความสัมพันธ์โดยตรง 

นี่แสดงให้เห็นว่าผลกระทบของอาหารประเภทต่างๆ ต่อสุขภาพอาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลกระทบทางชีวภาพ แต่เนื่องมาจากการปรับสภาพ เนื่องจากอาหารมักจะจับคู่กับสถานการณ์เชิงบวกอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ (เช่น ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม) หรือผลของยาหลอก ยิ่งไปกว่านั้น

การศึกษาเชิงทดลองและภาคสนามระบุว่าอารมณ์ไม่เพียงแต่ในแง่ลบ แต่ยังเป็นบวกด้วย อารมณ์ยังกระตุ้นการกิน บางคนอาจคาดเดาว่าการเอาใจใส่อย่างเลือกสรรอาจนำไปสู่ ​ตำนาน ของอาหารเพื่อความสะดวกสบายโดยที่ผู้คนให้ความสนใจกับผลการบริโภคของอาหาร “สบาย” ในสถานการณ์เชิงลบ แต่ละเลยผลกระทบในแง่บวก

ข้อมูลปัจจุบันยังแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการกินในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นพฤติกรรมที่ซับซ้อนซึ่งมีแง่มุมต่างๆ มากมาย ผู้คนตัดสินใจเลือกอาหารมากกว่า 200 รายการต่อวัน27 ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับการวัดพฤติกรรมการกิน การศึกษามักจะประเมินหมวดหมู่อาหารที่เฉพาะเจาะจง เช่น การบริโภคผักและผลไม้โดยใช้แบบสอบถามความถี่อาหาร

ซึ่งมีข้อดีที่ชัดเจนในแง่ของความคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม การเน้นไปที่การเลือกรับประทานอาหารและการเลือกอาหารในแง่มุมที่เลือกสรรอาจให้เฉพาะส่วนที่เลือกสรรเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าการเน้นไปที่การเลือกอาหารที่ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” เพียงอย่างเดียว เช่น ของหวาน จะทำให้สรุปได้ว่าอาหารเหล่านี้มีคุณค่าตามใจสูง

เพื่อให้สามารถสรุปได้ว่าอาหารประเภทใดที่ทำให้ผู้คนมีความสุข จำเป็นต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของประเภทอาหารที่แตกต่างกัน มุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้น เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารทั้งหมดในทุกโอกาสที่รับประทานอาหาร เผยให้เห็นว่าการเลือกรับประทานอาหารที่ “ดีต่อสุขภาพ” มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อประสบการณ์ความสุขในการรับประทานอาหารทั้งหมด ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการควบคุมพฤติกรรมการกิน การวัดพฤติกรรมที่สมบูรณ์และละเอียดอ่อนจึงมีความจำเป็น การพัฒนาเทคโนโลยีมือถือถือเป็นคำมั่นสัญญาที่ดีสำหรับการประเมินอาหารที่เป็นไปได้ตามวิธีการช่วยด้วยภาพ

 

สนับสนุนโดย.  เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน